Movement Dysfunction คืออะไร

Movement อาจจะเป็นคำที่บางคนไม่ค่อยคุ้นกันเท่าไหร่ เพราะมันมีความหมายหลากหลาย ในบริบทของการออกกำลังกาย การฝึกกีฬาแล้ว จะเรียกว่า การเคลื่อนไหวก็ได้
.
คำว่า Dysfunction หมายถึง มันไม่ Function มันไม่สามารถทำงานได้ตามที่ควรทำได้
หรือง่ายๆ ก็คือ มีความผิดปกติ
.
Movement Dysfunction ความผิดปกติทางการเคลื่อนไหว ก็คือการที่การเคลื่อนไหวของร่างกายเรา ไม่สามารถทำงานได้ตามที่มันควรจะเป็น
แต่ก็ไม่ได้แปลว่า เราขยับไม่ได้ หรือเคลื่อนไหวไม่ได้เลยนะครับ
เรายังคงเคลื่อนไหวร่างกายได้ แต่เป็นการเคลื่อนไหวแบบไม่ถูกต้อง
.
"ซึ่งนำไปสู่การบาดเจ็บ"
.
Movement Dysfunction มี 3 แบบครับ (Cook, 2010)
.
✔️Developmental Movement Dysfunction
เกิดในช่วงการเจริญเติบโต ที่อาจมีการเคลื่อนไหวแบบใดมากเกินไป หรือน้อยเกินไป เช่น ให้เด็กเล่นกีฬาเดียวซ้ำๆ จนโต หรือเด็กไม่เคยจะได้ออกกำลังกายหรือขยับร่างกายเลย นั่งเรียนอย่างเดียว
.
✔️Traumatic Movement Dysfunction
เกิดจากการบาดเจ็บ เกิดการชดเชยการทำงานของกล้ามเนื้อ จึงทำให้เกิดความผิดปกติ
.
✔️Acquired Movement Dysfunction
แบบที่น่าจะใกล้ตัวที่สุดและอยากจะยกตัวอย่าง
.
แบ่งได้อีก 2 แบบย่อย
.
⚡️UNNATURAL activity repeated on a NATURAL movement base
การเคลื่อนไหวด้วยกิจกรรมที่ไม่ปกติ ไม่ธรรมชาติ ด้วยพื้นฐานการเคลื่อนไหวที่ปกติเช่น การขวางลูกในกีฬาเบสบอล การขวางลูกแม้จะเป็นการเคลื่อนไหวพื้นฐาน (Cook, 2010) แต่การที่ทำไปซ้ำๆๆ เป็นร้อยๆ ครั้ง นั้นไม่ปกติ ฉะนั้น มันก็จะเกิด Imbalance ได้
.
การวิ่ง การปั่นจักรยานก็เช่นกัน แม้จะเป็นการเคลื่อนไหวพื้นฐาน แต่การทำติดต่อกันหลายๆ ชมต่อสัปดาห์ นั้นอาจทำให้เกิด Dysfunctions ได้
.
แถมบวกกับพฤติกรรมสุขภาพในสมัยนี้ เรานั่งทำงานกันมากขึ้นกว่าเดิม เรามีการงอข้อต่อสะโพก กระดูกสันหลังมากกว่าการเหยียด เวลาผ่านไปนานๆ การงอข้อต่อที่มากเกินไป สามารถลดประสิทธิภาพของการเหยียดได้ นั้นมีผลต่อกิจกรรมกีฬาที่ต้องใช้การเหยียดสะโพกอย่างแน่นอน เช่น การวิ่ง
.
⚡️NATURAL Activity repeated on a UNNATURAL movement base
.
ความผิดปกติทางการเคลื่อนไหว ก็สามารถเกิดจาก การเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ การเคลื่อนไหวปกติ ด้วยพื้นฐานการเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติ
.
นั้นก็คือ เราอาจจะทำกิจกรรมอะไรปกติ เดิน วิ่ง ยกของ ไม่ได้ใช้งานร่างกายซ้ำๆ แต่อย่างใด แต่เรามีพื้นฐานการเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติ กล้ามเนื้อแข็งแรงไม่เท่ากัน กล้ามเนื้อที่ตึงไม่เท่ากันเป็นต้น ก็ทำให้เกิดความผิดปกติทางการเคลื่อนไหวได้
.
การเคลื่อนไหวที่เรามองเห็น อาจจะดูเป็นธรรมชาติ ดูปกติ ดูไม่เป็นอะไร
มันไม่ได้เกิดจากตัวกิจกรรมที่เราทำ แต่เกิดจากเราขาด Mobility และ Stability จนก่อให้เกิดปัญหา
.
ทำกิจกรรมปกติซ้ำๆ ไปด้วยพื้นฐานการเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติ เป็นสาเหตุของ การเปลี่ยนท่าทาง การทรงท่า (Postural changes) ความไม่สมดุลกันของระบบกระดูกกล้ามเนื้อ (Musculoskeletal imbalances)
.
หลายๆ คนต้องการที่ออกกำลังกาย เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ คิดว่า เพียงแค่เราขยับ เราเคลื่อนไหว เราก็จะเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นแล้ว
แต่จริงๆแล้ว เราจะเพียงแค่เคลื่อนไหวแบบผิดปกติ ได้ดีขึ้น นานขึ้น หรือ เคลื่อนไหวแบบผิดปกติ ได้หนักขึ้น ได้เร็วขึ้น
.
เมื่อเกิดปัญหาขึ้น บางคนก็เปลี่ยนอุปกรณ์ ปรับเปลี่ยนโปรแกรม บางคนก็กินยา หรือบางคนก็ต้องเลิกเล่นไป
.
.
ท้ัง 3 อย่างสามารถเกิดผสมๆ กันได้ สองอย่างแรกเป็นอะไรเป็นเรื่องของอดีต จะไปแก้ไขอะไรก็ไม่ได้ แต่แบบที่ 3 เป็นผลที่เกิดจากอดีตและปัจจุบัน
.
และ ตัว Acquired Movement Dysfunction เอง เป็นพบได้มาก แบบที่คนส่วนใหญ่เป็นกัน และสามารถบริหารจัดการได้
.
เราต้องเข้าใจก่อนว่า ทุกคนมีปัญหาหมดนะครับ ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่ได้บาดเจ็บ
ไม่มีใครเลยที่ไม่มีปัญหาเหล่านี้
.
และผมอยากให้เข้าใจอีกว่า เรื่องของ Functional Movement เหล่านี้ เป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนควรให้ความสำคัญจริงๆ เพราะเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา เราต้องย้อนกลับมาแก้อยู่แล้วแน่นอน
.
.
ที่นี้ เราจะรู้ได้อย่างไร ว่า Movement Baseline / Functional Movement Pattern หรือการเคลื่อนไหวพื้นฐานของเราเป็นอย่างไร
.
🌟เราต้องทำการ Screen ครับ 🌟
.
การ ​Screen จะช่วยกรองสถานะปัจจุบันของเราก่อน อารมณ์เหมือนการทำแบบสอบถาม PAR-Q ก่อนที่จะเริ่มออกกำลังกายได้ ว่าเรามีความเสี่ยงของโรคหัวใจมั้ย แล้วส่วนใหญ่ก็จะไม่ได้ทำกัน จึงเกิดการเสียชีวิตให้เห็น ในข่าวมากมาย
.
เพียงแต่เรื่องของการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ มันไม่ถึงแก่ชีวิตเท่านั้นเอง
.
"Movement patterns can be biomarkers of the effect lifestyle stresses impose on movement behavior." (Cook, 2010)
.
การ Screen ไม่ได้เป็นการทำครั้งเดียวจบไป เพราะการเคลื่อนไหว หรือ Movement เป็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอด ดีขึ้น แย่ลงขึ้นอยู่กับกิจกรรม และพฤติกรรมของคนๆ นั้นแต่ละวัน
.
จำเป็นต้อง ​Screen อยู่เรื่อยๆ ให้เราทราบสถานะ ณ ปัจจุบัน ว่าเรามีความเสี่ยงแค่ไหน หรือพัฒนาไปถึงไหนแล้ว
.
.
มีท่าให้ลองทดสอบดูเล่นๆ ง่ายๆ ครับ 2 ท่า
.
🌟Shoulder Mobility Test
.
- วัดความยาวฝ่ามือเก็บเอาไว้
- กำมือโดยเอานิ้วโป้งไว้ด้านใน
- ยกและวาดแขนทั้งสองข้างไปด้านหลัง
- วางกำปั่นไว้ที่หลังโดยไม่พยายามขยับเข้าหากัน
สิ่งที่เราต้องการจะดู "ระยะห่างระหว่าง 2 กำปั้น"
- ถ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับความยาวฝ่ามือ ถือว่า ดี
- ถ้ามากกว่าความยาวฝ่ามือ นั้นเป็นสัญญาณว่า เราอาจมี Functional Movement ที่ไม่ดีหรืออาจเป็น Movement Dysfunction ได้
.
🌟Active Straight leg Raise
.
- หาจุดกึ่งกลางระหว่างเข่าและกระดูกสะโพก
- นอนราบกับพื้นแล้วยกขาข้างหนึ่งขึ้นเข่าเหยียดตรง
- พยายามไม่ให้ขาอีกข้างยกตามขึ้นมา
- สะโพกไม่ส่ายไปมา
.
สิ่งที่เราต้องการจะดู
.
- ขาที่อยู่ด้านหลังเหยียดได้เต็มที่
- ขาที่ยกสามารถยกขึ้นได้ ไม่ลำบากมากหนัก
- ความมั่นคงของกระดูกเชิงกรานในขณะที่ยกขาขึ้น
.
- ถ้าขายกขึ้นมาได้มากกว่าจุดกึ่งกลาง ถือว่า ดี
- ถ้ายกได้น้อยกว่า หรือ ขาอีกขายกขึ้นด้วย หรือสะโพก ไม่มั่นคง
เป็นสัญญาณที่ไม่ดีอีกเช่นเดียวกัน

Posts created 24

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts

Begin typing your search term above and press enter to search. Press ESC to cancel.

Back To Top