Endurance Athlete กับ Plyometric

การฝึก Plyometric คือการฝึกพละกำลัง หรือความสามารถในการสร้างแรงระเบิดของร่างกาย ซึ่งใช้ในการฝึกนักกีฬาที่ใช้พละกำลังเป็นหลัก เช่น Sprinter, Power Athletes

คำถามก็คือว่า การฝึก Plyometric สามารถพัฒนา Performance ของนักกีฬาที่ใช้ความอดทน ความทนทาน อย่าง นักไตรกีฬา, นักวิ่งทางไกล, นักจักรยาน ได้มั้ย

การฝึก Plyometric เป็นการฝึกให้กล้ามเนื้อออกแรงให้ได้มากที่สุดในเวลาอันสั้น โดยส่วนมากที่คนเข้าใจกันคือ จะเป็นการฝึกกระโดด เพราะท่าฝึกส่วนใหญ่ จะเป็นการกระโดด (jumps), การกระโดดด้วยขาข้างเดียว (Hops), การกระโดดด้วยขาข้างเดียวแล้วลงด้วยขาอีกข้าง (Bounds) ซึ่งท่าฝึกเหล่านี้เป็นการฝึกการออกแรงให้เร็วที่สุด ให้เราต้องใช้เวลาบนพื้นให้น้อยลง

การฝึกเหล่านี้มีประโยชน์กับ นักกีฬา Endurance Sport ครับ พวกเขาสามารถฝึกได้
- พัฒนาความเร็ว
- พัฒนาความแข็งแรง
- ป้องกันการบาดเจ็บ
- พัฒนาการประสานงานกันของร่างกาย

พัฒนาความเร็ว

ถ้าเราพูดถึงนักวิ่ง การที่นักวิ่ง จะวิ่งเร็วขึ้นได้ นั้นหมายถึง นักวิ่งก็จะต้องใช้เวลาที่เท้าจะอยู่บนพื้นให้น้อยลง และใช้พลังงานมากขึ้นที่จะก้าวขาก้าวต่อไปให้เร็ว การฝึก Plyometric จะช่วยให้ร่างกายได้ฝึกออกแรงให้เร็ว และลดเวลาที่เท้าจะอยู่บนพื้นขณะที่วิ่งอยู่

พัฒนาความแข็งแรง

ท่าฝึก Explosive Exercise อย่าง Squat Jumps และ Kettlebell Swing ช่วยทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นได้ การกระโดดจะประกอบไปด้วยช่วงที่ลดสะโพกย่อตัวลง กล้ามเนื้อเกิดการยืดออก ก่อนที่จะหดตัวอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะกระโดดขึ้นไป การฝึกเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น และได้พัฒนาการหดตัวของกล้ามเนื้อในลักษณะการออกแรงที่เร็วและแรง ซึ่งไม่ได้เพียงเป็นประโยชน์ต่อการวิ่ง ยังช่วยให้การออกแรงขณะอยู่บนจักรยานมากขึ้นได้อีกด้วย

ป้องกันการบาดเจ็บ

ขณะที่เราวิ่ง เราไม่เพียงแต่ต้องผลักตัวเองออกจากพื้นด้วยเท้าข้างเดียว แต่ยังดูดซับแรงที่เกิดขึ้นด้วย เมื่อเท้าเรากระแทกพื้นด้วยเท้าอีกข้าง หากร่างกายไม่ทำงานตามกระบวนการนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระหว่างการแข่งขัน ความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นอาจนำไปสู่ปัญหาอื่น ๆ รวมถึงการบาดเจ็บและประสิทธิภาพที่ลดลง

พัฒนาการประสานงานกันของร่างกาย

ระบบประสาทส่วนกลาง (CNS) ทำหน้าที่ควบคุมกล้ามเนื้อ ในการว่ายน้ำ ปั่นจักรยานและวิ่ง กล้ามเนื้อไม่ได้สามารถทำงานได้ดี ตามที่ระบบประสาทส่วนกลางสั่งเสมอไป และระบบประสาทส่วนกลางเอง ไม่สามารถกระตุ้นเส้นใยทั้งหมดในกล้ามเนื้อได้ในคราวเดียว หากไม่ได้รับการฝึก ยกตัวอย่างเช่นการวิ่ง การปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ เป็นการทำงานประสานกันระหว่างการหดตัว การทรงตัว และการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อทั้งหมดในร่างกาย Strength และ Plyometric Training จะช่วยให้ร่างกายรู้วิธีการหดตัวของกล้ามเนื้อได้ดีขึ้นซึ่งช่วยให้การเคลื่อนไหวมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Plyometric เป็นประโยชน์กับนักกีฬาทุกๆคน
นักกีฬาควรได้รับการฝึก และฝึกอย่างถูกต้องนะครับ

Tham Thaiyanont
M.Sc. Sport Science, Chulalongkorn University
PN Certified Coach Level 1, Precision Nutrition Inc.
EXOS Certified Performance Specialist

Posts created 24

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts

Begin typing your search term above and press enter to search. Press ESC to cancel.

Back To Top