Coaching is the Key

การ Coaching เป็นสิ่งที่โค้ชหรือเทรนเนอร์เอง ทำอยู่ในทุกๆ วัน เป็นการสื่อสารรูปแบบหนึ่ง ที่ช่วยทำให้การฝึกซ้อมในครั้งนั้นๆ มีประสิทธิภาพ และยังเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันด้วย

 

การสอนท่าหรือทักษะการเคลื่อนไหวอะไรซักอย่างหนึ่ง ก็จะต้องอาศัยคำพูด การใช้ภาษา สื่อสารให้เข้าใจ เพื่อให้นักเรียนสามารถฝึกได้ดี ได้ถูกต้อง

 

  • ท่านี้คือท่าอะไร ทำแล้วประโยชน์อะไร
  • ท่านี้ทำอย่างไร แบบไหนถูก แบบไหนผิด ต้องโฟกัสตรงไหน
  • นักเรียนทำแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ต้องแก้อะไรต่อ

 

หากลองคิดตามข้อความด้านบน หลายคนก็น่าจะมองเห็นภาพมากขึ้น ว่าเนี่ย เราก็ใช้สอนนักเรียนอยู่ทุกวัน

 

ไม่ใช่แค่การ Programming ที่มีทฤษฎี มีรูปแบบ มี Framework หรือ Guideline ให้เราได้เอาไปใช้

 

แต่การ Coaching เอง ก็มีเช่นกัน เช่น Tell, Show, Do

 

  • Tell คือ การบอกว่า เรากำลังจะสอนท่าอะไร ท่านี้ได้อะไร มีประโยชน์อย่างไร 
  • Show คือ การที่โค้ชสาธิตท่าให้ดู ว่าทำอย่างไร ให้ถูกต้อง
  • Do คือ การให้นักเรียนลงมือทำให้โค้ชดู

 

จากบทความที่แล้ว ที่ได้พูดถึง Tell Show Do ไป แต่ก็มีบางจุดที่ยังไม่ครอบคลุมการ Coaching ที่ยังขาดในส่วนของการให้ Feedback ไป ที่เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้โค้ชสามารถบอกหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับนักเรียนได้ ว่าจะต้องแก้ไขอะไรอย่างไร 

Coaching Communication Loop

Coaching Communication Loop พัฒนาโดย Dr.Nick Winkelman จากหนังสือ Language of Coaching

 

ที่อธิบายการสื่อสารระหว่างโค้ช เทรนเนอร์ นักกายภาพบำบัด กับนักเรียน นักกีฬา หรือคนไข้ ก็แล้วแต่บริบท

 

ที่ไม่ได้จำกัดแค่การบอกว่าคือท่าอะไร ทำอย่างไร เท่านั้น แต่มีการบอกถึงสิ่งที่ต้องโฟกัส และการให้ Feedback

coaching-communication-loop
ภาพอธิบาย Coaching Communication Loop

Coaching Communication Loop ประกอบไปด้วย 5 Step ลองมาดูตัวอย่างการใช้ไปพร้อมๆ กันครับ

 

ตัวอย่าง : โค้ชธามกำลังสอนท่า Squat ให้นักเรียนคนหนึ่งชื่อพี่ตู้ ที่เริ่มออกกำลังกายเป็นครั้งแรก ยังไม่เคยฝึกท่าใดๆ มาก่อนเลย พี่ตู้ฝึก Squat มาได้ 1 สัปดาห์แต่ก็ยังมีข้อสังเกตบางอย่างที่ยังต้องแก้อยู่

Step 1: Describe it

Coach T : “จาก Session ที่แล้วนะครับพี่ตู้ Squat พี่ทำได้ดีขึ้นมากเลยครับ แต่ก็ยังมีบางจุดที่เรายังต้องแก้กัน พี่พอจะจำได้มั้ยครับว่ามีอะไรบ้าง”

P’Tu : “ยังเหลือบางจังหวะที่เข่าอาจจะหุบเข้าในครั้งท้ายๆ ของแต่ละเซตนะครับ และช่วงย่อลงก็จะวืดๆ ลงไปเร็ว ไม่ค่อยได้เกร็งกล้ามเนื้อต้านลงไปเท่าไหร่ พอยืนขึ้นมาบางทีก็โดนหลัง”

Coach T : “เยี่ยมเลยครับ เดี๋ยวเรามาฝึกต่อกัน”

Step 1 ก็คือการอธิบายถึงท่าฝึกที่กำลังจะทำ หรือเป็นการทวนการฝึก การ Setup ท่า หรือองค์ประกอบอื่นๆ ในการฝึก ตรงนี้เป็นช่วงที่เราเต็มที่กับการให้ข้อมูลได้ ทำอย่างไร ต้องรู้สึกแบบไหน ถูกเป็นแบบใด ผิดเป็นแบบไหน แต่จะต้องไม่ใช่คำศัพท์ที่ยาก หรือเป็น Technical Term มากจนเกินไป

Step 2: Demonstrate it

Step 2 เป็นการสาธิตท่าฝึก ทำท่าที่ถูกต้องให้ดู ทำที่ผิดให้ดู รายละเอียดการทำท่าในแต่ Phase หากมี ซึ่ง Step 1 และ 2 สามารถทำไปพร้อมๆ กัน ในกรณีที่เราเริ่มฝึกท่าใหม่ๆ กับนักเรียนใหม่ๆ แต่ในกรณีพี่ตู้เคยฝึกมาแล้ว ก็อาจจะข้ามตรงนี้ไปได้

Step 3: Cue it

Coach T : “Setup เหมือนเดิมนะครับ พี่ยืนเกร็งท้อง ทำท้องแข็งๆ เกร็งก้นเล็กน้อย สำหรับเซตนี้ผมขอพี่ ค่อยๆ ย่อลง นั่งลงตรงๆ ช้าๆ นะครับ”

P’Tu : “Ok ครับ”

Step นี้จะเป็นขั้นตอนสำคัญที่เราจะเลือก “คำหรือวลี” ที่จะให้กับนักกีฬา เพื่อให้นักกีฬาโฟกัสกับสิ่งนั้น ก่อนที่เขาจะเริ่มฝึกในเซตแรก ให้เลือกจากสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนักกีฬาคนๆ นั้น

Step 4: Do it

โค้ชธามก็ไปยืนด้านหน้าของพี่ตู้ เพื่อที่จะสังเกตอาการเข่าหุบได้อย่างชัดเจน สลับไปกับการยืนด้านข้างเพื่อดู Alignment อื่นๆ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน และความเร็วในการย่อลง แล้วพี่ตู้ก็ทำท่า Squat ในเซตแรกไปได้อย่างสวยงาม

 
 

 

 

  • สิ่งที่สำคัญอย่างแรกคือ โค้ชจะต้องอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นการเคลื่อนไหวของนักเรียนได้ชัดเจน
  • สิ่งที่สำคัญอย่างที่สองคือ โค้ชจะต้องไม่พูดมาก หลีกเลี่ยงคำพูดที่ไม่จำเป็น ที่จะทำให้นักเรียนหลุดโฟกัสจาก Cue ที่เราให้
 
 

 

 

Step 5: Debrief it

Coach T : “พี่ตู้เป็นยังไงบ้างครับในเซตแรก”

P’Tu : “โอเคนะครับ Control ร่างกายได้”

Coach T : “รู้สึกว่าเข่าหุบเข้าบ้างมั้ยครับ เกร็งก้นได้มั้ยหรือโดนหลังล่างบ้างหรือป่าว”

P’Tu : “ไม่เลยครับ โอเคเลย เกร็งก้นได้ พอลงช้าๆ แล้วก็คุมเข่าได้ดีขึ้นในครั้งท้ายๆ”

 

Coach T : “Ok ครับ งั้นเซตต่อไปแบบเดิมเลยครับ ย่อลงช้าๆ นั่งลงตรงๆ”

Debrief ก็คือการให้หรือการถาม Feedback ขั้นตอนนี้เป็นโอกาสที่โค้ชจะได้ถามนักเรียน ได้ให้ Feedback ว่าดีไม่ดีอย่างไร ต้องปรับตรงไหนต่อในเซตต่อไป และให้ Cue ที่จะทำในเซตต่อไป

หลังจากนี้เมื่อทำในเซตต่อไป หรือ Session ต่อๆ ไป เราก็จะใช้แค่เทคนิค Short Loop ที่เป็นการวนไประหว่าง 3 Step ก็คือ Cue, Do และ Debrief

สรุป

Coaching Loop นี่เป็นอีก 1 เครื่องมือที่ช่วยให้โค้ชมี Guide นำทางในตลอด Session ว่าเราจะสอนท่าฝึกอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการเรียนรู้กับท่านั้นๆ ได้มากขึ้น

 

ใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่เต็มอิ่ม ลองดูเพิ่มเติมในรูปแบบวิดีโอได้ที่ด้านล่างนี้เลยครับ

coaching-loop
Play Video about coaching-loop